สัญญาเช่าห้องพัก อ่านให้ดีก่อนลงนาม

ปัจจุบันนี้การเช่าห้องพักเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ที่มีปัญหารถติดแบบกรุงเทพฯ หลายคนคงไม่ไหวกับการเดินทางไกลๆ ไปที่ทำงาน การเช่าห้องพักที่อยู่ใกล้ที่ทำงานหรือที่เรียน จึงเกิดขึ้นมาก ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะผู้ให้เช่าหรือว่าจะเป็นผู้เช่า สัญญาเช่าห้องพัก ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย

สัญญาเช่าห้องพักมีลักษณะอย่างไร?

มีข้อกำหนดว่าสัญญาเช่าห้องพักต้องเป็นภาษาไทย หรือหากเป็นภาษาอื่นก็ต้องมีคำแปลภาษาไทยเอาไว้ให้ชัดเจนในทั้ง 2 ฉบับที่ผู้เช่าและผู้ให้เช่าถือ ในสัญญาเช่าห้องพักจะต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการเช่าห้องทั้งหมด

ทั้งอัตราค่าเช่า หน่วยค่าน้ำประปา-ค่าไฟฟ้า เงินประกัน ค่าปรับในกรณีที่ค้างชำระค่าเช่า ค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมบำรุง ระยะเวลาในการเช่า กฎระเบียบเบื้องต้น รวมถึงรายการเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง และยังต้องบอกถึงเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาเช่าไว้อย่างชัดเจนด้วย

เป็นผู้เช่าไม่มีสิทธิต่อรองจริงหรือ?

ถึงแม้ว่าผู้ให้เช่าจะมีสิทธิ์กำหนดค่าใช้จ่ายรายการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่ารายเดือน ค่ามัดจำ ค่าประกันห้อง แต่ก็มีกฎหมายสัญญาเช่าควบคุม ที่ออกไว้เมื่อปีพ.ศ 2561 โดยข้อกำหนดในกฎหมายดังกล่าว ช่วยคุ้มครองสิทธิ์ของผู้เช่า ดังนี้

  • ห้ามเก็บเงินประกัน หรือค่ามัดจำล่วงหน้าเกิน 1 เดือน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ให้เช่ามักเรียกเก็บประมาณ  2-3 เดือน
  • ห้ามเข้าห้องโดยไม่ได้รับอนุญาต คือเจ้าของ หรือผู้ให้เช่าเข้ามาตรวจสอบอาคาร หรือตรวจสอบห้องพักโดยไม่แจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าไม่ได้ ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนเข้าตรวจห้องทุกครั้ง ผู้เช่าควรทราบสิทธิของตนเองว่า ผู้ให้เช่าไม่สามารถเข้ามาในห้องพักได้โดยที่ตนไม่ได้อนุญาตแม้ว่าจะมีกุญแจห้อง
  • อัตราค่าน้ำค่าไฟ การเก็บค่าน้ำค่าไฟต้องเรียกเก็บตามที่การไฟฟ้า และการประปาเรียกเก็บเท่านั้น ห้ามเก็บเกินโดยเด็ดขาด ในหลายๆ ที่เอง ก็ยังคงร่างสัญญาแบบที่กำหนดค่าไฟยูนิตละ 8 บาท หรือค่าน้ำยูนิตละ 18 บาท ผู้เช่าสามารถอ้างถึงข้อบังคับในข้อนี้ได้หากไม่พอใจจะตกลง 
  • เมื่อมีการค้างค่าเช่า หรือผู้เช่าไม่จ่ายค่าเช่า เจ้าของ หรือผู้ให้เช่าห้ามเข้าไปขนย้ายทรัพย์สิน ยึดทรัพย์สินภายในห้องพัก หรือล็อกประตูห้องพัก ไม่เช่นนั้นอาจผิดกฎหมายในข้อหาบุกรุก และละเมิดสิทธิได้
  • การต่อสัญญา เมื่อถึงเวลาหมดสัญญาเช่า และมีการต่อสัญญาใหม่ ห้ามไม่ให้เรียกเก็บค่าต่อสัญญาจากผู้เช่ารายเดิม ส่วนการเพิ่ม หรือลดค่าเช่านั้นให้เป็นไปตามที่ตกลงกัน
  • การเรียกเก็บค่าเสียหายต่างๆ นั้นห้ามเก็บค่าเสียหายจากการใช้งานต่างๆ หรือการเสื่อมสภาพที่เกิดจากการใช้งานตามปกติ หรือความเสียหายที่ผู้เช่าไม่ได้เป็นคนทำให้เกิด ทั้งนี้ผู้เช่าควรศึกษากฎของการเข้าอยู่อาศัยให้ครบถ้วน เพื่อที่จะปฏิบัติตามกฎนั้นโดยไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้ให้เช่า

อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน ก็ยังคงพบเห็นสัญญาที่ผู้ให้เช่าสามารถกำหนดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้ เพื่อเป็นการป้องกันการเสียสิทธิของผู้ให้เช่าด้วย ทั้งนี้ ก่อนลงนามในสัญญา ผู้เช่ามีสิทธิทักท้วงข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม หรือมีสิทธิถามคำถามให้แน่ใจในความหมายของร่างสัญญานั้นๆ สามารถขอให้มีการเขียนสัญญาใหม่จนกว่าจะเป็นที่พอใจของทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า

จากนั้นจึงลงนามแล้วเก็บสัญญาไว้คนละฉบับ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ทำตามสัญญาที่ระบุไว้ชัดเจน ก็มีโอกาสถูกฟ้องร้องได้ 

We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply